one year pass by so guickly.
so this year you're 27 yeras old.
i would like to go to japan to see you and say "HAPPY BIRTHDAY" to you by myself but i can't
-*-
wish you be happy , healthy and hope all of your wishes come true
i'll always support you
love you always and forever
and i hope one day i can go to japan and see you in concert by myself
FIGHT!! *-*
สำหรับคำอวยพรปีนี้ก็สั้นๆง่ายๆนะค่ะ
หลายๆเรื่องที่ประดังประเดเข้ามาพร้อมกันทำให้อารมณ์ศิลป์ถดถอยจนไม่สามารถจะเขียนอะไรยาวๆได้ดั่งใจ
ทั้งเรื่องเอนทรานซ์ เรื่องส่วนตัว และที่สำคัญ เรื่องข่าวที่ทักกี้จะมีโซโล่ซิงเกิลเป็นของตัวเอง
เราไม่อยากเขียนอะไรมากเพราะว่าวันนี้เป็นวันเกิดซึบาสะ เพราะฉะนั้นก็แค่หวังว่าจะได้เห็นงานคู่เร็วๆนี้แล้วกันนะค่ะ
ส่วนเรื่องฟิค ขอบอกตามตรงว่าตอนแรกคิดว่าจะไม่ได้เขียนเพราะว่าไม่ว่าง แล้วก็กำลังคิดๆอยู่ว่าจะเลิกเขียนฟิคเป็นการถาวรด้วย เพราะหลายๆเรื่อง เราเองก็ต้องเตรียมเอนทรานซ์ เวลาที่แต่งก็น้อย เราเองก็ไม่อยากจะดองฟิค เพราะเราว่าคนอ่านก็คงไม่แฮ๊บปี้เท่าไหร่ และที่สำคัญก็คือ เราคิดว่าบางที่อาจจะไม่มีคนอ่านฟิคเราแล้วก็ได้ เพราะเราเองก็มาต่อช้า แล้วมันก็คงไม่สนุกเหมือนเมื่อก่อนหละมั๊ง เราถึงไม่ได้รับคอมเมนต์ซักอันเดียวในฟิคเรื่องที่แล้ว
แต่ว่าพอดีเมื่อวันจันทร์แวะไปร้านการ์ตูนแล้วก็ไปเจอการ์ตูนซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่เราติดตามมาตลอดวางแผงก็เลยซื้อมาอ่าน พออ่านแล้วตรงมากๆกับสถานการณ์ในทุกๆเรื่องที่เราเป็นกังวล เพราะฉะนั้นบทฟิคมันก็เลยวาบขึ้นมาในหัวทันทีเลย แล้วเราก็เป็นประเภทว่าถ้ามันโผล่มาแล้วมันจะไม่ยอมหายไปจนกว่าเราจะเขียนมันออกมา555+ เพราะฉะนั้นก็เลยเริ่มเขียน แต่ว่าอาทิตย์นี้เราเป็นหวัด ก็เลยเขียนไปได้ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ มันก็เลยไม่ยาวเลย สั้นไปด้วยหละ ถ้าเอาจริงๆแล้วอ่ะนะ
ยังไงๆก็อยากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านสนุกกับฟิคของเรานะค่ะ
title :: love opponent
author :: miharu
charactor :: tackey & tsubasa
plot :: w-juliet [manga]
category :: happy birthday to imai tsubasa
คำที่ตรงข้ามกับคำว่า “ชอบ” ก็คือ “เกลียด”
ถ้าอย่างนั้น..คำที่ตรงข้ามกับคำว่า “รัก” คือคำว่าอะไรหละ??
ประโยคคำถามที่เคยได้อ่านตอนบิ้วให้ตัวเองเพื่อเล่นละครสมัยก่อนกลับมาลอยวนเวียนในหัวอีกครั้ง ทั้งๆที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะจำได้เลยด้วยซ้ำ
ชายหนุ่มผิวขาวกับผมทรงใหม่ที่กระชากสติสาวๆได้หลายคนจมตัวเองลมกับเบาะนั่งหนานุ่มภายในแมนชั่นของตัวเอง ที่เดิมที่เคยจมตัวเองลงไปกับความคิดเพื่อหาคำตอบให้กับคำถามเมื่อครั้งก่อน แต่ว่าครั้งนี้เขาไม่ได้ต้องการคำตอบเพื่อจุดประสงค์อะไร อันที่จริงแล้ว เขาไม่อยากจะรู้ด้วยซ้ำ แต่ว่าไอ้ประโยคบ้าๆนี่มันกลับวนติดอยู่ในหัวไม่ยอมหายไปไหนซะที
เกลียด..เมื่อก่อน ผมคิดว่าคำๆนี้อาจจะเป็นคำตอบของคำถาม แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันไม่ใช่ ถึงเกลียด ยังไง คุณก็ไม่ได้รู้สึกเลวร้ายไปมากกว่าที่เป็นเท่าไหร่กับการต้องหายใจร่วมกัน เพราะฉะนั้น ถ้าคำที่ตรงข้ามกับ “รัก” ไม่ใช่เกลียดแล้วหละก็ ผมเองก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่ามันคือคำว่าอะไร
ตี๊ด...........
เสียงลากยาวจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิคทำเอาผมตื่นจากภวังค์ ชายหนุ่มบิดตัวอย่างเมื่อยล้าก่อนจะหยิบกุญแจรถแล้วออกจากห้องเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานครั้งสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต
ละครเวทีเดี่ยวของตัวเอง...ซิงเกิลเดี่ยวครั้งแรกของตัวเอง
ถ้าถามว่าผมกระตือรือร้นกับมันแค่ไหน ผมก็ตอบได้แค่ว่า ผมเต็มที่กับงานเสมอ
เพราะฉะนั้น ตรงที่นั่งข้างคนขับของผมจึงมีทั้งแฟ้มงานและกระดาษกองโตสุมกันเต็มไปหมด บางทีผมก็ยังนึกสงสัยกับตัวเองอยู่เหมือนกัน ว่าเพียงแค่ไม่กี่วัน ผมหาอะไรมาคิดได้มากมายขนาดนี้เชียวหรือ แล้วผมกำลังทำอะไรอยู่
ตอนที่ได้รู้ว่าจะได้ทำงานนี้ แน่หละในฐานะที่ผมเองก็เป็นคนที่ทุ่มเทกับการทำงานและก็ต้องการความก้าวหน้าเหมือนมนุษย์ปถุชนทั่วไป เพราะฉะนั้นผมเองก็อดจะดีใจไม่ได้
2008.10.09
“ผมรอคำพูดนี้มานานแล้วนะเนี่ย” ผมจำไม่ได้ว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ถึงได้พูดออกไปแบบนั้น แต่พอได้เห็นตัวอักษรเหล่านั้นมันพาดอยู่บนหนังสือพิมพ์แล้ว มันก็เล่นเอาผมสะอึกเลยทีเดียว
จำได้ว่าวันนั้นผมนั่งมองโทรศัพท์ตัวเองเหมือนคนโรคจิตเพียงเพื่อรอให้มันดัง เพียงเพื่ออยากจะเห็นชื่อบนหน้าจอที่คาดหวัง แต่มันก็แค่นั้น
ผมไม่ได้ใช้เวลาตลอดทั้งวันมานั่งคิดถึงคำตอบงี่เง่านั่น เพราะงานที่ได้รับมอบหมายมาทำให้ผมไม่ได้พื้นที่ในหัวมากพอที่จะแบ่งออกมาคิดได้ ผมไม่ได้อดหลับอดนอนทั้งคืนเพียงแค่มานั่งนึกถึงสิ่งที่ผมพูดออกไป เพราะเพียงแค่หัวถึงหมอน ในช่วงที่โหมงานหนักแบบนี้ผมแทบจะไม่เคยได้พบกับอาการนอนไม่หลับเลยด้วยซ้ำ
แต่เพียงแค่ทุกครั้งที่ผมละมือจากงาน ทุกครั้งที่ผมปล่อยตัวเองไปตามความคิด ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมผมถึงจะต้องามานั่งคิดถึงประโยคพวกนั้นด้วย
หรือเพราะผมตอบตัวเองไม่ได้ว่าคำว่ายูนิต สำหรับผมแล้วมันคืออะไร สำหรับซึบาสะแล้วมันคืออะไร สำหรับเราแล้วมันคืออะไร หรือว่ามันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่ผมโกหกตัวเองมาตลอดเท่านั้น
และนั่นกำลังทำให้ผมกลัว...ว่าเราสองคนหมดรักกันแล้วหรือยัง.....ซึบาสะ
***************
ทาคิซาว่า ฮิเดอากิ คือคนที่เดบิวในฐานะศิลปินเดี่ยว
อิมาอิ ซึบาสะ คือคนที่เดบิวในฐานะศิลปินเดี่ยว
ทักกี้แอนด์ซึบาสะ คือคนที่เปิดตัวคู่กันในการออกมินิอัลบัมครั้งแรก และยังคงเป็นอย่างนั้นเรื่อยมา จนมาถึง ณ ตอนนี้ ที่มันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป
รายละเอียดของละครเวทีที่เห็นผ่านๆตามสื่อต่างๆไม่ได้ทำให้ซึบาสะประหลาดใจมากไปกว่าความดีใจ แต่ว่าข่าวโซโล่ซิงเกิลของคนที่ยืนอยู่ข้างๆกันมาครึ่งชีวิตทำเอาในอกผมเกิดอาการวูบหวิวแปลกๆ
แม้ว่าโทรศพท์มือถือของผมจะวางอยู่ข้างกายตลอดเวลา แต่ผมกลับไม่มีความกล้าแม้กระทั่งโทรไปแสดงความยินดีอย่างที่เคยทำ
ผมกำลังกลัว..และคำถามนึงก็ดังขึ้นมาในหัวของผม คำถามที่ทาคิซาว่าเคยถามเมื่อตอนแสดงละคร
คำที่ตรงข้ามกับคำว่า “ชอบ” ก็คือ “เกลียด”
ถ้าอย่างนั้น..คำที่ตรงข้ามกับคำว่า “รัก” คือคำว่าอะไรหละ??
แม้ตอนนั้นจะหันไปทำหน้างงๆใส่ในอารมณ์เพ้อพกของนักแสดงตัวขาวและก็ไม่ได้ตอบอะไรที่เป็นจริงเป็นจังนัก แต่ผมเองก็ไม่เคยรู้ ว่าไอ้คำถามนี้มันจะติดอยู่ในใจผมได้นานขนาดนี้
“ซึบาสะซังรอโทรศัพท์อยู่เหรอครับ” ผมดึงตัวเองขึ้นมาจากความคิดเมื่อได้ยินเสียงรุ่นน้องที่แสดงร่วมกันทัก ผมเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เหมือนที่เคยเป็นก่อนจะลุกขึ้นเพื่อวอร์มร่างกายสำหรับการแสดงที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า แต่ถึงอย่างนั้นใจผมมันกลับเอาแต่พะว้าพะวงอยู่กับโทรศัพท์เครื่องเล็กนั่นตลอดเวลา
เพราะถึงผมจะไม่กล้าโทรไปหา แต่ว่าลึกๆเองผมก็รู้ว่าผมกำลังรอโทรศัพท์ที่เป็นคำตอบจากเค้าอยู่
เรื่องบางเรื่องมันก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และมันก็ยากที่จะบอกว่าอะไรเป็นอะไร
ชายหนุ่มนึกไปถึงเรื่องที่คุยกับสต๊าฟเมื่อช่วงเริ่มการแสดงที่โตเกียวใหม่ๆแล้วก็อดถอนหายใจไม่ได้
2008.10.02
“เจอคุณทาคิซาว่ารึยังครับ” การแสดงก็จบเรียบร้อย น้ำท่าก็อาบเรียบร้อย ผมกำลังจะกลับบ้านอยู่แล้วเชียว ถ้าไม่เจอกับสต๊าฟเสียก่อน
“ไม่นี่ครับ ทาคิซาว่าไม่ได้มาวันนี้นี่ครับ” ผมตอบไปตามความจริง เป็นไปไม่ได้หรอกที่เขาจะไม่รู้หากว่าทาคิซาว่ามาจริงๆ
“อ้าว ตอนกลางวันผมเจอทาคิซาว่าแถวนี้ เห็นบอกว่ามาดูละครเวที นึกว่ามาดูซึบาสะซังซะอีกแหนะ ผมเข้าใจผิดเหรอเนี่ย” หลังจากนั้นสต๊าฟพูดอะไรต่อ แล้วเขาพูดอะไรตอบกลับไปก็จำไม่ได้
เพราะว่าละครเวทีปีหน้าใช่มั๊ย นายถึงไม่แม้แต่จะแวะมาหากันบ้าง ทั้งๆที่ใกล้กันแค่นี้เอง
หรือจริงๆแล้วเขาจะเข้าใจผิดมาตลอด เพราะว่าระยะห่างระหว่างเราจริงๆแล้วมันอาจจะเป็นแค่ภาพลวงตาก็ได้
ความใกล้ที่เหมือนไกล...
to be con...
สั้นนิดเดียวเอง
จะพยายามมาต่อให้เร็วที่สุดนะค่ะ
ในเมื่อเราอาจจะไม่แต่งฟิคแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็คงจะเป็นเหมือนเรื่องส่งท้าย
สำหรับคนที่ตามอ่านเรื่องอื่นๆของเราที่เรายังไม่ได้มาต่อก็ขอโทษด้วยนะค่ะ
ยังไงๆเกิดว่าว่างมากๆ แล้วสบายใจเมื่อไหร่ก็อาจจะกลับมาเขียนใหม่อีกค่ะ
แอบบอกไว้ก่อนว่าเราคงไม่ปิดบล็อคนี้เป็นการถาวรนะค่ะ แต่เห็นว่าคนที่เขียนข่าวทักกี้ซึบาสะลงบล็อคจริงๆจังๆก็น้อยมากๆเลย เพราะพี่ๆหลายคนก็มีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบ เราก็เลยจะแปลข่าวมาลงประมาณอาทิตย์ละครั้ง ถ้าใครเป็นแฟนคลับทักกี้ซึบาสะก็แวะมาเยี่ยมกันบ้างนะค่ะ ^ _ ^
พีเอส. เขียนเหมือนฟิคจบแล้วเลย 555+
พีเอส2. วันเกิดปีนี้เราว่ามันเงียบเหงาจัง
コメント
コメントの投稿
トラックバック
この記事にトラックバックする(FC2ブログユーザー)