เป็นฟิคที่แต่งหลังไปงานมีทมา และคลิปวิดีโอที่ได้ดูในงานทำให้เกิดฟิคเรื่องนี้ขึ้น ถ้าใครได้ไดจะรุ้ว่าไอคาตะคุงสนุกสนานกับการแกล้งซึบาสะมากแค่ไหน>_<
อ่านกันสนกุๆนะค่ะ
title :: like to love you more
author :: miharu
charactor :: tackey & tsubasa
jin & kazuya
category :: happy birthday takizawa hideaki
“ทาคิซาว่า ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน” หลังสัญญาณเสียงโทรศัพท์สั้นๆไม่กี่ครั้ง เสียงจากปลายสายที่ดังโหวกเหวกน่าดูก็ทะลุผ่านเครื่องสื่อสารขนาดเล็กเข้าสู่โสตประสาท
-อยู่ห้องซ้อมที่บริษัท วันนี้ต้องมาช่วยดูเด็กๆหนะ- เสียงคนพูดตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงร่าเริง ถ้าได้ยินไม่ผิด ซึบาสะรู้สึกแว่วเสียงยามะพีรุ่นน้องคนสนิทดังผ่านเข้ามาในสายด้วย คุยกันอยู่สักพักร่างบางก็ต้องขอวางก่อนเพราะสู้เสียงโหวกเหวกโวยวายไม่ไหว ริมฝีปากอิ่มยิ้มนิดๆเมื่อได้ยินน้ำเสียงสดใสของคนรักเวลาที่ได้ทำกิจกรรมที่ชอบ ถ้าเดาไม่ผิดพอดาราดังเจ้าของหัวใจสาวๆในประเทศหลายคนกลับมาถึงบ้านเมื่อไหร่คงจะมีเรื่องมาเล่าให้ฟังเยอะแยะมากเลยทีเดียว ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วห้องเพื่อหากิจกรรมทำฆ่าเวลาก่อนที่จะถึงเวลานัดกับทักกี้ มือเรียวยาวคว้ารีโมทที่กองอยู่ตรงโต๊ะหน้าทีวีขึ้นมาเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆก่อนจะหยุดอยู่ที่รายการโทรทัศน์ที่มีพิธีกรน่าตาคุ้นตา
โคยาม่า เคอิจิโร่ กับ นากามารุ ยูอิจิ
รอบๆด้านพิธีกรหนุ่มที่กำลังทำหน้าที่เป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ เด็กผู้ชายตัวเล็กๆหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มที่ดึงดูดสาวเล็กสาวใหญ่มานักต่อนักกำลังแข่งกันยืนตาแป่วยิ้มเล็กยิ้มน้อยจัดรายการอย่างมีความสุข ทำให้อดคิดถึงคนตัวขาวที่ชอบเล่นกับรุ่นน้องเอาเสียไม่ได้ จะว่าไปเพราะเรื่องรุ่นน้องนี่แหละที่ทำให้ผมเคยฉุนขาดอยู่ครั้งนึง แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังรักเค้าอยู่ ก็เค้าบอกผมเองนี่หน่าว่า ถึงเค้าจะรักรุ่นน้องแค่ไหน แต่เค้าก็ยังรักผมมากกว่า
I like to love you more
***************
“โคคิ แกว่ารึเปล่าว่าวันนี้ไปจินมันดูจะมีความสุขผิดปกติแฮะ” ยูอิจิพี่ชายของทุกคนในวงหันไปพุดกับคนที่ยืนพิงประตูห้องซ้อมอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นเพื่อนในวงเดินฮัมเพลงมาอย่างอารมณ์ดีเกินปกติ ริมฝีปากสีแดงยิ้มแย้มมากจนเกินปกติเผื่อแผ่มาให้เค้าทั้งสองคนเล่นเอาเสียวสันหลังวาบวาบ ตามหลังมาด้วยผู้ชายตัวขาวอีกคนที่ตัวเล็กกว่า พอเจ้าตัวเดินมาเห็นหน้าลอยไปด้วยเครื่องหมายคำถามก็ได้แต่ยิ้มแหย่ๆไปให้
“พวกนายไม่รู้หรือไง ว่าวันนี้ทักกี้จะมาอัดรายการโชเนนด้วยหนะ” จุนโนะที่เดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดบอกอีกผ่ายพลางชี้ไปที่สคริปการอัดรายการของวันนี้ที่แปะอยู่ทีข้างผนัง ทั้งสองคนหันไปพนักหน้าให้กันเอง เป็นอันว่ารู้กัน
“ไอ้ยู ชั้นสังหรณ์ว่าวันนี้จะต้องมีเรื่องแน่ๆเลยหวะ” โคคิพูดพลางเหลือบไปมองคนอารมณ์ดีตอนนี้เปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเองไปอยู่ในชุดเตรียมพร้อมอัดรายการเรียบร้อย แถมยังนั่งยืดเส้นยืดสายเหมือนคนขยันอย่างผิดวิสัย
“นั่นดิ” ยูอิจิหันไปพูดอย่างเห็นด้วย
**************
มันไม่ได้ผิดไปจากที่โคคิและยูอิจิคิดเท่าไหร่นัก หลังการอัดรายการที่ดูเหมือนว่าจะผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย รุ่นพี่ผมทองที่เป็นที่รักของรุ่นน้องทุกๆคนยืนทำหน้าลำบากอกลำบากใจอยู่หน้าห้องควบคุมการจัดรายการ ยิ่งพอได้คุยกับสต๊าฟในห้องส่ง ออร่าความสว่างไสวที่ดูสดใสอยู่เสมอก็หมุนลงอย่างเห็นได้ชัด
“เป็นไรไปเฮีย” จุนโนะเดินไปถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีอะไรหรอก พวกนายก็กลับไปพักเถอะ พรุ่งนี้มีงานกันไม่ใช่เหรอ” พอพุดเสร็จก็เดินหนีไปเลย จุนโนะหันมาทำหน้างงๆให้กับเพื่อนในวงอีกสามคนที่ยืนรอคำตอบอยู่ ใช่..แค่สามคนเท่านั้น น้องรักของซึบาสะกับคนที่ปลื้มทักกี้นักหนาไม่ได้อยู่ด้วย
“แล้วจินกับคาเมะมันไปไหนกันวะ” พอหันกลับมาอีกที นักร้องนำของวงก็หายไปไหนก็ไม่รู้ คนอื่นที่ยืนอยู่ก็ส่ายหน้าเหมือนกันหมด...ให้มันได้อย่างนี้สิ
***************
“คาเมะคิดว่าจินจะโดนโกรธมั๊ยเนี่ย ไม่น่าไปเล่นแบบนั้นเลย” นักร้องนำตัวโตของวงนั่งบนเตียงข้างเต่าน้อยแห่งจอนนี่ห์
“ถึงจะสงสารแต่ก็แอบสมน้ำหน้าเฮียนะเนี่ย ว่าแต่เห็นยิ้มซึบาสะตอนนั้นรึเปล่า น่ากลัวเป็นบ้าเลย” ถึงจะยังคงสับสนในความรู้สึกของตัวเองอยู่ว่าจะสงสารหรือสมน้ำหน้าดี แต่ว่ามือขาวจัดยังคงนั่งลูบแขนของอีกคนที่ถูกทักกี้ลวนลามระหว่างออกรายการไปเรื่อย ถึงตอนที่เห็นรอยยิ้มของซึบาสะหลังจากอัดรายการเสร็จจะสงสาร แต่พอเห็นสีหน้าลำบากอกลำบากใจของคนรักตอนที่โดนเฮียทำแบบนั้นแล้วก็แอบสมน้ำหน้าแฮะ
“ไม่เป็นไรหรอกมั๊ง” คนที่ถูกลูบแขนอยู่ออกความคิดเห็น ถึงแม้สีหน้าสีตาจะไม่ค่อยเข้ากับคำพูดที่พูดออกไปเท่าไหร่ แต่ถึงยังไงก็ต้องขอปลอบใจตัวเองเอาไว้ก่อนหละ
“ว่าแต่ คาเมะโดนเฮียทำอะไรอีกเปล่าเนี่ย” คนตัวขาวที่เมื่อครู่นอนอยู่บนตักลุกขึ้นมานั่ง พลางไหวไหล่คนรักเอี้ยวไปมาเพื่อสำรวจร่างกาย
“ให้มันน้อยๆหน่อยจิน...เวอร์ไปได้” คนตัวเล็กพูดพลางจับมือจินออกจากตัว
“ได้ไงอ่ะ เฮียอ่ะเจ้าเล่ห์จะตาย เผื่อคาเมะจะหลงกลอะไรเฮียเข้า”
“งั้นจินก็คงไว้ใจไม่ได้พอกันแหละ ก็รู้ทันเฮียนี่หน่า งั้นวันนี้ชั้นกลับบ้านดีกว่า” คราวนี้คาเมะลุกหนีเดินไปที่ประตุห้องทันที จินที่นั่งอยู่ก็ได้แต่อึ้ง ยังไม่ทันจะพูดอะไรซักคำคนรักก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
***************
“ตื๊ด.....ตื๊ด.....” เสียงรอสายโทรสัพท์ดังขึ้นไปจังหวะยังไม่ครบ 3 ครั้งดีก็โดนตัดทิ้ง นิ้วขาวจัดกดโทรศัพท์ซ้ำสองทันทีโดยไม่ต้องคิดให้เปลืองเวลาแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อพบกลับบริการตอบรับข้อความแบบอัตโนมัติ หน้าหล่อจัดมุ่ยลงหย่างขัดใจพลางนึกถึงร่างผิวสีน้ำผึ้งที่เห็นแว๊บๆตอนจัดรายการเสร็จ แค่รอยยิ้มหวานแบบเย็นๆที่ได้เห็นเพียงนิดเดียวก็มากพอที่ทาคิซาว่า ฮิเดอากิจะเดาสถานการณ์ได้โดยไม่ต้องอาศัยหมอดูที่ไหนทั้งนั้น ยิ่งได้ฟังเรื่องจากสต๊าฟเข้าแล้ว สมองที่อยู่ภายใต้กะโหลกศีรษะก็ทำท่าจะระเบิดเอาง่ายๆเลยทีเดียว
มือขาวจัดละจากโทรศัพท์เครื่องเล็กไปที่พวงมาลัยรถพลางเหยียบคันเร่งออกไปจากสตูดิโอที่เป็นที่ถ่ายทำ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันน้อยๆเนื่องจากสมองภายในกำลังประมวลผลทำงานอย่างหนักว่าในเวลาอย่างนี้ซึบาสะจะไปที่ไหน ดวงตาเรียวมองไปรอบๆว่าจากที่นี่มีที่ไหนที่ซึบาสะชอบไปบ้างก่อนจะไปสะดุดกับถนนที่จะขับออกไปนอกตัวเมือง เจ้าตัวหักพวงมาลัยรถเลี้ยวอย่างรวดเร็ว..ขอให้ใช่ทีเถอะ
***************
-rrrrrrrrrr-
เสียงโทรศัพท์ดังยาวๆอยู่ไม่กี่ครั้งก่อนจะเงียบลง มือผิวน้ำผึ้งกดตัดสายทันทีที่คว้ามือถือได้ แทบไม่ต้องดูด้วยซ้ำว่าใครโทรมานิ้วเรียวยาวก็จัดการกดปิดโทรศัพท์ทิ้งทันทียิ่งคิดถึงหน้าคาเมะที่เห็นผ่านมอนิเตอร์ที่ห้องคุมก็ยิ่งหงุดหงิด.....เล่นอะไรก็ไม่รู้
ซึบาสะเลี้ยงรถทันทีที่สัญญาณไฟเปลี่ยนสี ถนนที่ขับผ่านคุ้นตาเป็นยิ่งนักเหมือนเป็นทางกลับบ้านตัวเองทั้งๆที่ไม่ใช่ ถุกแล้ว...ซึบาสะกำลังขับไปบ้านของทาคิซาว่า ฮิเดอากิ ดาราหนุ่มชื่อดังขวัญใจสาวๆแทนที่จะเป็นที่อื่น เค้าไม่มานั่งคิดหลบหน้าให้เสียเวลาหรอก คนอย่างตานั่นเดี๋ยวก็หาเจออยู่ดี หลบไปก็เสียแรงเปล่า แล้วถึงจะหลบได้อีกไม่กี่วันก็ต้องทำงานด้วยกัน ซึบาสะเห็นว่าการที่จะเสียเวลาหลบหน้าไปมันไม่ได้อะไรซักนิดนอกจากความเหนื่อย
คอยดูนะ ชอบนักใช่มั๊ยที่ได้แกล้งคนอื่น เหอะ!!เดี๋ยวพอตัวเองโดนแกล้งเข้าซะบ้างแล้วจะหัวเราะไม่ออก
ดวงตากลมโตขุ่นมัวด้วยความขัดใจ นอกจากการแก้เผ็ดทาคิซ่าว่าที่เพิ่งคิดได้สดๆร้อนๆแล้ว สมองของซึบาสะกำลังทำงานอย่างหนักในการที่จะแก้เผ็ดจินด้วย ชอบนักใช่มั๊ยที่ได้แกล้งเค้าเนี่ย
เดี๋ยวจะได้รู้ฤทธิ์ซึบาสะก็วันนี้แหละ
ทันทีที่ไขประตูห้องทาคิซาว่าเสร็จ มือเรียวสีน้ำผึ้งก็คว้าเอาโทรศัพท์บ้านขึ้นมากดโทรออกทันที
“คาเมะเหรอ อยู่คนเดียวรึเปล่า” รอสัญญาณจากปลายสายได้ไม่กี่ครั้งเสียงของรุ่นน้องคนสนิทก็ดังขึ้น
-ครับ ซึบาสะคุงมีอะไรรึเปล่าครับ-
“เรื่องจินหนะ..........” ร่างผิวน้ำผึ้งยกมุมปากนิดๆ คุยกับคาเมะอีกไม่กี่ประโยคเจ้าตัวก็วางสายทิ้ง
***************
“มาแล้วเหรอ” คนตัวเล็กพูดพลางเปิดประตูบ้านรับแขกสองคนที่มาเยือน
“จะเริ่มรึยังแผนดัดหลังจินหนะ” แขกคนที่ตัวโตกว่าถามทันทีที่เจ้าบ้านนั่งลงบนโซฟาหลังจากจัดหาน้ำหาท่ามาให้เรียบร้อย ท่าทางสนุกสนานเป็นยิ่งนัก
“แล้วพีจังรู้แล้วเหรอว่าจะทำยังไงอ่ะ ซึบาสะคุงก็แค่โทรมาขอให้ช่วยคิดเฉยๆนี่หน่า” น้องเต่าของวงเป็นคนเปิดประเด็น ยิ่งเห็นแววตาสนุกสนานของร่างผิวสีน้ำผึ้งสมส่วนแล้วก็ชวนให้คิดเหลือเกินว่าตัวเองคิดผิดหรือคิดถุกกันแน่ที่ตัดสินใจชวนพีจังเข้ามาร่วมแผนด้วย
“โห...คาเมะอย่าทำเสียงสงสารจินตั้งแต่ยังไม่เริ่มแบบนี้สิ” แขกอีกคนที่เงียบมาตั้งแต่ต้นไม่รู้จะทำไงนอกจากส่งยิ้มแหยๆมาให้
“พี นายมีความแค้นอะไรกับจินเปล่าเนี่ย” ยิ้มเย็นๆจากปากยามะพีชวนให้คาเมะเสียววาบยิ่งนัก แบบนี้ถึงจะไม่ต้องตอบคาเมะก็เดาเอาได้ไม่ยากหรอกว่ามี..แถมยังมาเสียด้วย
***************
ย้อนไปเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน ทั้งๆที่จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิอยู่แล้ว แต่สถานที่ๆยามะพียืนอยู่ตอนนี้อากาศเย็นเหมือนหิมะจะตกอย่างไหรอย่างนั้นในความคิดของยามะพี ถึงแม้ว่าความจริงอากาศที่ว่าก็แค่ต่ำกว่าสิบห้าองศานิดหน่อย แต่ว่าคนที่รักทะเลและน่าร้อนอย่างยามะพีย่อมจะเกลียดหน้าหนาวเป็นธรรมดา ดังนั้นการที่จะต้องมารอใครคนนึงท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเหน็บนี่ไม่ใช่เรื่องที่สนุกเลยซักนิด
หน้าร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง นักร้องหนุ่มวงนิวส์กำลังยืนรอคนๆนึงอยู่ ถึงคนแถวนี้จะไม่พลุกพล่านมากนัก แต่ถ้ามีคนรู้ว่ามีดารามายืนอยู่ตรงนี้ก็คงจะไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่ ชายหนุ่มหยิบเครื่องสื่อสารขนดเล็กออกจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะนึกออกว่าแบตมันเพิ่งจะหมดไปไม่นานนี้เอง ส่านสาเหตุที่ทำให้ชายหนุ่มต้องมายืนตากลมหนะเหรอ เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว อาคาจินแห่งวงคัตตุนโทรมาหายามะพี พุดด้วยน้ำเสียงรีบเร่งก่อนเข้าอัดรายการว่า โทมะโทรมาหายามะพีไม่ได้ ก็เลยอยากให้จินช่วยบอกยามะพีว่าโทมะจะมารอพีน่าร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งก็คือที่นี่ ยามะพีเหลือบมองดูนากาข้อมืออีกครั้งก่อนจะนึกว่าจำเวลาและสถานที่ผิดไปรึเปล่า เพราะปกติโทมะไม่เคยมาสายอย่างนี้นี่หน่า สุดท้ายหลังจากที่ตากอากาศหนาวๆมาเกือบสองชั่วโมงกว่า ยามะพีก็ตัดสินใจตามหาโทมะด้วยความเป็นห่วงก่อนจะพบโทมะอยู่ที่ร้านอาหารประจำที่ชอบมากินด้วยกันบ่อยๆ
...ไข้ขึ้น...
ร่างกายของโทมะอุณหภูมิสูงกว่าคนทั่วไปพอสมควรทีเดียวจากการที่ต้องมายืนต่างลมอยู่นาน พอถามโทมะยามะพีก็ได้ความจริงว่า...
วันนี้โทมะว่างจากการถ่ายละคร แล้วพรุ่งนี้ก็ต้องเปิดกล้องเรื่องใหม่ซึ่งจะทำให้โทมะไม่ว่างอีกเกือบเดือน เลยจะชวนยามะพีมากินข้าวแต่ว่าโทรหาไม่ติด ก็เลยโทรหาจินแล้วฝากให้จินบอกแทน
จากสภาพการดังกล่าวก็แปลได้ง่ายๆว่า อาคาจินแห่งวงคัตตุน เพื่อนรักของยามะพีจำชื่อร้านและสถานที่ผิดทำให้เค้ากับโทมะต้องตามลมกว่าสองชั่วโมงและได้ใช้เวลาวันหยุดของโทมะโดยการดูแลให้โทมะหายหวัดแทน
ที่สำคัญยามะพีจะไม่ได้เจอโทมะอีกเกือบเดือนในขณะที่จินยังคงชีวิตอย่างมีความสุขต่อไป....ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะแก้แค้นอาคาจินให้หายอยากยิ่งนัก ซึ่งดุเหมือนว่าซึบาสะคุงก็ได้ประทานโอกาสนั้นให้แก่ยามะพีแล้ว
***************
อากาศยามค่ำคืนแถบชานเมืองทีมีลมพัดผ่านชวนให้สดชื่นดีนัก มิน่าหละซึบาสะถึงชอบที่จะมานอนดูดาวอยู่ที่นี่ และแน่นอน ถ้าในยามปกติหละก็บรรยากาศแบบนี้ช่างเหมาะสำหรับการอ้อยอิ่งใช้เวลานานๆ แต่ไม่ใช่กับคนที่กำลังตามหาคนอย่างทักกี้แน่นอน ใบหน้าขาวจัดหันซ้ายหันขวาอย่างรวดเร็วทันทีที่มาถึงสถานที่ดังกล่าวก่อนจะต้องพบกับความผิดหวัง...ซึบาสะไม่อยู่ นิ้วขาวจัดแข็งแรงหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดจิ้มๆก่อนจะกดโทรออกทั้งๆที่รู้ว่าสิ่งที่จะได้ยินก็คือสัญญาณตอบรับอัตโนมัติ แต่ว่า...
-อยู่ไหน ทาคิซ่าว่า- น้ำเสียงนุ่มทุ้มของคนที่ทักกี้กำลังตามหาตอบกลับมา อาการตกใจจนต้องอ้าปากค้างเป็นยังไงทักกี้ก็เพิ่งจะสัมผัสได้วันนี้แหละ
-ฮัลโหล ได้ยินรึเปล่า...สงสัยโทรศัพท์จะเสียแฮะ- ประโยคหลังงึมงำกับตัวเอง เสียงของซึบาสะยังคงดังต่อเนื่อง เป็นอันว่าทักกี้ไม่ได้หลอนไปเองแน่ๆ
“ซึบาสะอยู่ไหน”
-ถามแปลกๆก็อยู่บ้านนายไง นายนั่นแหละอยู่ไหน-
“อย่าเพิ่งไปไหนนะ” สิ้นเสียงทาคิซาว่าก็กดตัดสายทิ้งอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่ามรสุมรถติดมาได้ไม่นาน ดาราหนุ่มหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของตัวเอง มือขาวจัดรีบไขกุญแจเพื่อเปิดเข้าไปเนื่องจากกลัวซึบาสะหายไปก่อน แต่ว่า....
“อ้าว มาแล้วเหรอทักกี้ มากินข้าวด้วยกันสิ” อาหารหน้าตาน่าทานส่งกลิ่นหอมฉุยออกมายั่วจมูกเล่นๆ ซึยาสะถอดผ้ากันเปื้อนออกก่อนจะเดินไปตักข้าวสวยมาสองถ้วย
“ไม่กินเหรอ ถ้ากินมาแล้วก็น่าจะโทรมาบอกก่อนสิ” คนตัวขาวยังคงยืนเอ่ออยู่ที่หน้าประตูสะดุ้งเมื่อโดนเรียกก่อนจะเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะกินข้าว
“เปล่าหรอก” ทักกี้พุดน้อยจนผิดปกติ ถ้าจะเรียกให้ถุกคือกำลังอึ้งจนพูดไม่ออกต่างหาก หรือว่าคนที่เค้าเห็นที่ห้องส่งวันนี้จะเป็นซึบาสะตัวปลอม
ตลอดการกินข้าวมื้อนี้ บทสนทนาที่ปกติแล้วคนตัวขาวมักจะเป็นคนเริ่มกลับไม่มีอยู่ ซึบาสะลอบยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าทักกี้ทำท่าอ้ำอึ้งจะพุดอะไรก็ไม่พุดอยุ่หลายที แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าตัวก็ยังไม่ยอมมองหน้าทักกี้ตรงๆซักครั้ง
“ซึบาสะ”
“หือ..” เจ้าตัวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้หันมามองหน้าคนพูด
“โกรธรึเปล่า” น้ำเสียงแห้งๆแบบนี้ฟังแล้วสะใจดีแท้ แต่ถ้าคิดว่าซึบาสะจะใจอ่อนง่ายๆหละก็..ผิด
“ตอนนี้ชั้นทำท่าเหมือนโกรธอยู่เหรอ” เจ้าตัวถามกลับ น้ำเสียงเป็นปกติจนทักกี้เริ่มทำอะไรไม่ถุกชนิดที่เรียกได้ว่ามืดแปดด้าน
“ฝากเก็บจานหน่อยได้รึเปล่า วันนี้เหนียวๆตัวยังไงก็ไม่รู้ อยากอาบน้ำแล้ว” พอเห็นว่าคู่สนทนาไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ชายหนุ่มเลยวางตะเกียบก่อนจะลุกขึ้นยืน รอยยิ้มเหมือนเด็กตัวเล็กๆผุดขึ้นบนริมฝีปาก ท่าทางทักกี้คงจะลืมไปแล้วว่า คนที่มีนิสัยขี้แกล้งที่สุดเนี่ยคือใคร??
หลังจากมื้ออาหารผ่านไปเกือบสองชั่วโมง คนร่างบางที่ปกติจะต้องนอนอ่านหนังสือเล่นอยู่บนเตียงกลับกำลังนั่งคุยโทรศัพท์อย่างสนุกสนานไม่ได้เห็นคนตัวขาวที่นั่งร่วมห้องอยู่ในสายตาซักนิด ทักกี้ปิดโน๊ตบุ๊คคู่ใจที่มักจะต้องเล่นก่อนนอนก่อนจะขึ้นไปนั่งบนเตียง
“อือ แล้ววันหลังนายพาชั้นไปหน่อยสิ” ฟังจากบทสนทนาแล้ว คนที่คุยอยู่กับซึบาสะอยู่ตอนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากซากุราอิ โช ชายหนุ่มกระแทกตัวลงนอนบนเตียงดับเบิลเบดก่อนจะหันหลังให้คนตัวบางที่นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ พยายามปิดหูปิดตาตัวเองเพื่อที่จะได้ไม่ต้องสนใจคนที่นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ทำไม่ได้ซักที
“อร่อยมากเลยเหรอ ชักอยากไปเร็วๆแล้วหละ” ซึบาสะนั่งคุยโทรศัพท์โดยที่พยายามทำเสียงร่าเริงสุดๆ ดวงตากลมโตเหมือนสัตว์ตัวเล็กๆขี้อ้อนเหล่มองคนตัวขาวที่นอนหันหลังให้อยู่ก่อนจะหัวเราะกิ๊กออกมา คุยได้อีกไม่เท่าไหร่ ร่างผิวน้ำผึ้งก็วางสายจากอีกฝ่ายก่อนจะเดินอ้อมเตียงไปมองหน้าคนที่แกล้งนอนหลับ ริมฝีปากอิ่มยิ้มน้อยๆ จะว่าสะใจก็ไม่ใช่ อ่อนใจก็ไม่เชิง แต่กำลังสนุกเสียมากกว่า ถึงอย่างงั้น เจ้าตัวก็ยังสอดตัวเข้าไปนอนเบียดกับอีกฝ่าย เอี้ยวตัวขึ้นไปแตะริมฝีปากเบาๆ
“ฝันดีนะ” คนที่ขี้แกล้งมักจะมีวิธีเอาอกเอาใจไม่ให้โดนโกรธกลับเสมอ ข้อนี้ทักกี้รู้ดีแล้วก็เริ่มนึกออกแล้วด้วย ถึงงานจะเยอะขึ้นยังไง ท่าทางจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ซึบาสะก็ยังคงเป็นซึบาสะ นิสัยเหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่ว่าเจ้าตัวจะแสดงออกมารึเปล่า ท่าเดาไม่ผิด ตอนนี้ทักกี้กำลังรุ้สึกเหมือนโดนเอาคืนอยู่ยังไงก็ไม่รู้
หลังจาก goodnight kiss เรียบร้อย ซึบาสะก็นอนพิงอีกฝ่ายเหมือนที่ชอบทำเหมือนเดิม ทำท่าเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับทาคิซาว่าต่อไป ริมฝีปากอิ่มยิ้มน้อยๆเหมือนเด็กตัวเล็กๆที่กำลังเล่นสนุก
***************
-เป็นไงบ้างครับ ซึบาสะคุง- โทรศัพท์เครื่องเล็กแผดเสียงลั่น ทันทีที่รับเสียงคนรักของรุ่นน้องก็ดังขึ้นทันที
“ดีเลยพี ท่าทางลนลานๆอึดอัดๆดี วันหลังจะได้ไม่ไปแกล้งใครอีก” ได้ยินเสียงปลายสายหัวเราะอย่างสะอกสะใจดังแว่วมาด้วย ท่าทางจะสะใจมาก
“แล้วทางจินเป็นไงบ้าง”
-ก็ไปได้สวยเหมือนกันครับ เห็นคาเมะบอกว่าจินก็ท่าทางอึดอัดพอสมควรเลย-
“ก็แน่หละ...นายนั่นแหละ คิดได้ยังไง??” น้องรักของทักกี้หัวเราะหึๆๆ ล่ำลาไม่กี่คำก็วางสายทิ้งไปเลย ซึบาสะเหลือบตาไปมองคนตัวขาวที่นอนอยู่บนเตียง ลมหายใจยังสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเจ้าตัวยังคงอยู่ในนิทรา ร่างผิวน้ำผึ้งเดินไปหยิบผ้าห่มปลายเตียงขึ้นมาห่มคนตัวขาวที่นอนไม่ใส่เสื้อก่อนจะเดินออกไปที่ห้องครัว
“อ้าวตื่นแล้วเหรอ กำลังจะไปเรียกมากินข้างพอดีเลย” ซึบาสะร้องทักคนตัวขาวที่เดินออกมาจากห้องนอน พลางวางอาหารเช้าแบบญี่ปุ่นลงบนโต๊ะ
“จะไปไหนเหรอ” ทักกี้เหลือบตาไปมองนาฬิกาแล้วหันกลับมาถามคนที่แต่งตัวพร้อมจะออกไปข้างนอกเรียบร้อย นึกๆในหัวแล้ววันนี้ก็ไม่มีงานเช้า ถ้างั้นซึบาสะจะออกไปไหน??
“เดี๋ยวจะไปหาโคอิจิคุงกับซึโยชิคุงหนะ” เจ้าตัวพูดพลางเดินไปชงกาแฟในแก้วมัคใบใหญ่สองใบ
“แล้ววันนี้นายจะไปไหนรึเปล่า” ร่างผิวสีนำผึ้งถามพลางวางแก้วกาแฟที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นลงข้างหน้า
“คงไม่มั๊ง”
“เหรอ” ซึบาสะเหลือบตามองอีกฝ่าย ก่อนจะหันไปสนใจกับอาหารเช้าแทน ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับความหวังที่พังครืนลงมาไม่เป็นท่าของทักกี้ ก็เล่นมาถามเหมือนให้ความหวังว่าจะไปด้วยกันมั๊ย?? แล้วก็กลับมานั่งอยู่เฉยๆนี่นะ
อาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่นที่ไม่ค่อยเข้ากับกาแฟกลิ่นหอมเท่าไหร่นักกำลังถูกลำเลียงลงท้องของสองคนเงียบๆ ผ่านไปไม่เท่าไหร่ จานอาหารข้างหน้าก็ว่าง ซึบาสะขอตัวไปก่อนเหมือนเมื่อวาน ทิ้งให้ลูกหมาขนทองของแฟนๆนั่งจ๋อยหาทางรับมือกับคนนิสัยขี้แกล้งอยู่คนเดียว
...จะเอายังไงดี??...
หลังจากคิดวนไปวนมาหลายสิบตลบ ชายหนุ่มผมทองก็ยังคงมืดสนิทแปดด้านเหมือนเมื่อวานไม่มีผิด อาการที่เหมือนจะสนใจแต่ไม่ใส่ใจของคนตัวบางทำเอาดาราหนุ่มแทบบ้า พอลองนึกย้อนไปตอนเด็กๆดูชายหนุ่มก็ยิ่งเครียดเมื่อพบว่าไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ซึบาสะแกล้งเค้าไม่สำเร็จหรือว่าตัวเค้าเองประสบความสำเร็จในการแกล้งร่างบางตอบ....แล้วจะทำยังไงดี??
***************
ในขณะที่ทักกี้กำลังนั่งหาวิธีแก้ไขปัญหา ซึบาสะกำลังมีความสุขอยู่กับสองรุ่นพี่โดโมโตะ อาคานิชิ จินเองก็กำลังนั่งงุ่นง่านเหมือนอมูอดกินรำ ส่วนเหตุผลหนะหรือ เมื่อคืนนี้ หลังจากที่คาเมะหนีกลับบ้านไปแล้ว ตอนกลางคืน เจ้าตัวก็โทรมาอ้อนให้ไปอยู่เป็นเพื่อนเพราะว่าคุณพ่อกับคุณแม่ไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด แต่พอจินไปถึงบ้านคาเมะ เจ้าตัวเล็กเองก็กำลังสนุกกับการเล่นเกมส์พร้อมกับคุยโทรศัพท์กับยามะพีอย่างสนุกสนาน ทิ้งให้จินเอ่อไร้อะไรทำ พอบอกคนตัวเล็กว่ายังไม่ได้กินข้าว เจ้าตัวก็บอกว่าดีเลย ให้จินไปทำกินเองพร้อมกับทำเผื่อด้วย เมนูที่อยากกินไหลออกจากปากร่างบางอย่างน้ำไหลไฟแลบ แต่พออาหารมาวางเรียงอยู่ตรงหน้า เจ้าเต่าน้อยของจินกินไปได้ไม่กี่คำก็บอกว่าไม่อยากกินแล้ว แล้วก็หนีไปอาบน้ำ ทิ้งอาหารอีกห้าหกจานที่จินใช้เวลาทำเกือบสองชั่วโมงไว้บนโต๊ะ พร้อมกับความเอ่อของจินที่ทำอะไรไม่ถูก แน่นอนว่าหลังจากที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อย จินเดินออกจากห้องน้ำมา คาเมะก็ยังคงนั่งใจจดใจจ่อกับเกมส์เพลย์พร้อมกับโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิม คุยไปคุยมาก็หัวเราะคิกๆคักๆอยู่สองคน พอจินจะเดินออกไปดุทีวีที่อีกห้อง เจ้าตัวเล็กก็หันมาบอกว่ากลัว ให้จินอยู่เป็นเพื่อนหน่อย หลังจากนั้นก็หันไปกระหน่ำคุยกับยามะพีอย่างเมามัน พอจินจะนอน คาเมะก็บอกให้นั่งเป็นเพื่อนก่อน เดี๋ยวจินหลับแล้วคาเมะเหงา แล้วตอนนี้จินไม่เหงาเรอะ กว่าคาเมะจะยอมปิดเกมส์ วางโทรศัพท์จากยามะพีนาฬิกาก็บอกเวลาดึกโข เต่าน้อยตาปรือคลานขึ้นมานอนเบียดตัวกับจินบนเตียง งึมๆงำอะไรก็ไม่รู้ก่อนจะหลับสนิทบนตัวจินเล่นเอาเจ้าตัวเอ่อไปเลย พอจินตื่นเช้าขึ้นมา เต่าน้อยก็อยู่ในสภาพเตรียมพร้อมออกไปข้างนอกเหมือนซึบาสะเด๊ะๆ หลังจากที่คาเมะตอบคำถามจินอย่างรีบเร่ง จินก็ได้รู้ว่าเจ้าตัวจะไปกินข้าวกับยามะพีแล้วก็โทมะ บ่นออกมาอย่างรวดเร็วว่าสายแล้วทั้งที่เพิ่งจะเจ็ดโมง ก่อนจะบอกว่าเตรียมอาหารเช้าเอาไว้ให้แล้ว ผ่านไปไม่ถึงสองวิคาเมะก็หายออกจากบ้านไปอย่างไร้ร่องรอย กลิ่นข้าวเช้าที่คาเมะบอกว่าทำเอาไว้ให้ลอยขึ้นมาแตะจมูก ซึ่งจินเองก็เดาเอาได้ไม่ยากว่ามันคืออาหารเย็นของเมื่อวานที่เอามาอุ่นใหม่แล้วนั่นเอง
...คาเมะทำตัวแปลกไป...
เป็นคนเรียกร้องความสนใจแต่ก็กลับไม่สนใจซะเอง ไม่ได้โกรธ ไม่ได้งอน ทำตัวขี้อ้อนเหมือนปกติทุกอย่าง จนจินเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าคาเมะเป็นอะไร??
...แล้วจะทำยังไงดี??...
***************
หลังจากที่หนีจินมาเรียบร้อย ตอนนี้คาเมะต้องมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่ที่ร้านอาหารใกล้ๆสตูดิโอเพื่อรอทำงานตอนบ่าย ข้างตัวมียามะพีที่เพิ่งมาส่งโทมะที่สตุดิโอนั่งเป็นเพื่อน
“รับรอง พอหลังจากโดนอย่างนี้แล้ว จินจะทำตัวดีไปอีกนาน ไม่หาเรื่องแกล้งซึบาสะคุงให้นายปวดหัวหรอกน่า” หลังการหัวเราะอย่างสะใจจนท้องขดท้องแข็ง ยามะพีเสนอข้อดีของการดัดหลังให้ฟังพลางเช็ดน้ำตาป้อยๆ ถึงจะเห็นดีด้วยกับผลที่จะตามมา แต่คาเมะก็ยังไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่
“แล้วเราจะนั่งกันอยู่ที่นี่จนบ่ายเลยเหรอพี” มือเรียวคนกาแฟร้อนช้าๆพลางถอดแว่นตาออกเมื่อเห็นว่าไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเท่าไหร่นัก
“คาเมะอยากไปไหนหละ เอาเป็นว่าเดี่ยวจะพาคาเมะไปเที่ยวก็แล้วกัน”
***************
“ไหวรึเปล่า” ทักกี้ถามคนที่ยืนอยู่ในอ้อมแขน
“ขอโทษด้วยนะทักกี้ เผลอแป๊บเดียวสองคนนี้ก็กินซะเยอะเลย ห้ามไม่ทันหนะ” ซึโยชิบอกอีกฝ่ายพลางพยุงตัวคุ่หูของตัวเองเอาเหมือนกัน
“งั้นผมลาเลยแล้วกันนะครับ” ทักกี้โค้งตัวให้น้อยๆ ซึโยชิยิ้มแหยๆให้พลางมองคนในอ้อมแขนตัวเองที่เมามายไม่แพ้กันแต่ก็ยังอุตส่าห์ดึงดันจะออกมาส่งแขก
“ขับรถดีๆน๊า...ทักกี้คุง” น้ำเสียงอ้อแอ้ ยืนทรงตัวแทบจะไม่ไหวแต่ก็ยังอยากจะพุด ชายหนุ่มยิ้มนิดๆเมื่อเห็นรุ่นพี่ส่ายหน้าด้วยความระอาเล็กน้อย
กว่าจะกลับมาถึงบ้านได้ก็เกือบจะเที่ยงคืน ทักกี้มองคนในอ้อมแขนตัวเองก่อนจะพาไปนอนบนเตียง จัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เรียบร้อยก่อนจะไปอาบน้ำนอนบ้าง ชายหนุ่มมองหน้าคนที่นอนซุกๆอยุ่ก่อนจะหลับตาไป อดหวังไม่ได้ว่าพรุ่งนี้เจ้าตัวดีหมดฤทธิ์แล้วคงจะเลิกแกล้งเขาซะที
เช้าวันรุ่งขึ้น ทักกี้ลุกขึ้นมาทำอาหารชงกาแฟแต่เช้า แพนเค้กนุ่มๆราดน้ำผึ้งหวานเหมาะจะนั่งทานพลางจิบกาแฟวางอยู่ที่โต๊ะอาหาร เจ้าตัวเดินไปปลุกอีกคนที่ยังนอนหลับสบายบนเตียง คนถูกปลุกยิ้มหวานๆให้ก่อนจะลงไปนอนต่อตามประสาคนขี้เซาเหมือนทุกครั้ง กว่าจะปลุกให้อีกคนลุกออกมากินข้าวด้วยกันได้ก็หมดแรงไปเยอะเหมือนกัน ดูไปดูมาทุกอย่างก็ดูจะปกติดีจนทักกี้เริ่มวางใจ ซึบาสะยิ้มให้พร้อมชวนคุยตามปกติ แต่ว่า...
มันไม่ใช่อย่างนี้หนะสิ!!
เช้าวันรุ่งขึ้น ทักกี้ตั้งใจจะลุกขึ้นมาทำอาหารแต่เช้า แต่พอลุกขึ้นมาก็พบว่าคนข้างตัวไม่อยู่แล้ว กุญแจรถก็ไม่อยู่เช่นกัน เดาได้ไม่ยากเลยว่าอีกฝ่ายต้องออกไปข้างนอกแน่ๆ คนตัวขาวคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาจิ้มๆกดไปหาอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ
“ซึบาสะ อยู่ไหนเหรอ”
-นายว่าไงนะ ไม่ค่อยได้ยินเลย ชั้นอยู่ต่างจังหวัดมาทำธุระนิดหน่อย เดี๋ยวเย็นๆก็กลับ แค่นี้นะสัญญาณไม่ค่อยดีเลย- น้ำเสียงที่ได้ยินตะกุกตะกักเหมือนไม่ค่อยมีสัญญาณ อีกฝ่ายก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้ทักกี้พูดเลยซักนิด พุดเองอยู่คนเดียวก่อนจะวางสายทิ้ง คนตัวขาวมองโทรศัพท์ในมือแต่ก็ไม่รุ้จะทำยังไงเพราะเมื่อลองโทรไปหาอีกรอบ ก็ดูเหมือนว่าสัญญาณมือถือของอีกฝ่ายจะมีไม่มากพอ ชายหนุ่มเดินออกมานอกห้องนอนก่อนจะเปิดตู้เย็นเพื่อหาของมาใส่ท้อง รู้สึกตงิดๆแปลกๆ แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าอะไร
-rrrrrrrrrr-
“ครับ” ชายหนุ่มคว้าเอาโทรศัพท์ที่แผดเสียงลั่นขึ้นมารับ แอบหวังในใจลึกๆไม่ได้ว่าคนที่โทรมาจะเป็นซึบาสะ
-เฮียเหรอ..วันนี้ว่างรึเปล่า-
“มีอะไรจิน”
-ไปกินข้าวกันเฮีย-
“เอาสิ เจอกันที่เดิมนะ” ทักกี้หันไปมองที่ตู้เย็นอีกครั้งก่อนจะตอบ ทั้งๆที่มีอาหารอยู่เต็มตู้เย็นทั้งสดและสำเร็จรูปแต่ทักกี้กับรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรจะกิน พอลองสังเกตดุดีๆ อาหารเกือบหมดในตู้มีแต่อาหารที่ทักกี้ไม่ค่อยจะชอบทั้งนั้นเลยนี่หน่า ไล่ได้มาตั้งแต่ของหวานยันเห็ด
...ถ้าเกิดว่าเขาไม่รีบทำให้ซึบาสะหายโกรธในเร็ววันก็คงจะต้องอึดอัดตายแน่ๆเลย...
***************
หลังจากวันที่ซึบาสะหนีไปข้างนอกตั้งแต่เช้าโดยกว่าจะกลับก็กินเวลาย่ำค่ำ ร่างบางก็ยังคงเหตุการณ์นั้นเอาไว้จนเรียกได้ว่าแทบจะเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว ถ้าวันไหนไม่มีงาน พอทักกี้ตื่นขึ้นมาซึบาสะก็จะออกไปข้างนอกแล้ว กว่าจะกลับบ้านมาได้ก็เย็น เจ้าตัวบ่นว่าหนื่อยแล้วก็เข้ามานอนซุกๆก่อนจะหลับในทันที ถ้าวันไหนอารมณ์ดีหน่อยทักกี้ก็จะได้จูบราตรีสวัสดิ์หวานๆ และถ้าวันไหนมีงาน เจ้าตัวก็มักจะหายตัวไปพร้อมกับรุ่นพี่รุ่นน้องเสมอ โดยเฉพาะหลังๆนี้เจ้าตัวมักจะหายไปพร้อมกับคาเมะ โทมะและยามะพีบ่อยเป็นพิเศษ
และก็เป็นเหมือนกิจวัตรประจำวันของทักกี้ไปแล้วอีกเช่นกันที่จะต้องมานั่งอยู่ที่ร้านอาหารเจ้าประจำกับจิน
“เฮีย พักนี้คาเมะเป็นไรก็ไม่รู้ แปลกๆ” หลังจากที่นั่งทำหน้าอมทุกข์มาได้ระยะนึง จินก็ตัดสินใจถามทักกี้ที่มานั่งกินข้าวเป็นเพื่อน
“แปลกยังไงหละ” คนตัวขาวถามกลับตามประสารุ่นพี่ที่ดี
“ก็นะ นิสัยเปลี่ยนไป ชอบหายตัวไปกับยามะพีบ่อยๆด้วย” ทักกี้หูผึ่งสะดุดกับคำบอกเลาหลังๆของจิน...ชอบหายตัวไปกับพี
-เชิญครับ สามท่านนะครับ- เสียงบริกรของร้านเอ่ยขึ้นเมื่อมีลุกค้าเข้ามาใหม่ และมันคงไม่มีอะไรน่าสนใจถ้า...
-ครับ- เสียงที่ตอบกลับมาคุ้นหูทักกี้และจินเป็นยิ่งนัก เสียงของยามะพี!!
“ขอเมนูด้วยครับ” หลังจากที่โชคร้ายมานาน ดุเหมือนว่าโชคจะเริ่มเข้าข้างทักกี้กับจินบ้างแล้ว เสียงของยามะพีดังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล..เหมือนอยู่โต๊ะข้างๆ และที่สำคัญ ถ้าจินกับทักกี้หูไม่ฝาด รู้สึกเหมือนจะได้ยินเสียงของโทมะกับคาเมะแว่วมาเป็นแบคกราวน์ด้วย
“นายมาอยู่อย่างนี้เกือบทุกวัน แล้วจินไปอยู่กับใครหละเนี่ย” โทมะถามเปิดประเด็น
“ก็ไม่รู้สิ คงไปกับทักกี้มั๊ง นี่ก็จะสองอาทิตย์แล้วนะ นายคิดจะให้อยู่อย่างนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่หละพี” ประโยคแรกตอบคนยิ้มน่ารัก ส่วนประโยคหลังหันมาถามชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งที่ยิ้มนิดๆอย่างสะใจ
“ก็ไม่รู้เหรอ..คาเมะไปถามซึบาสะคุงเองสิ ชั้นก็แค่ช่วยคิดเฉยๆว่าจะทำไง ส่วนคนต้นคิดจริงๆหนะมันซึบาสะ ไม่ใช่ชั้น” ประโยคสนทนาต่อกันของคาเมะกับยามะพีเริ่มบอกอะไรได้ลางๆ ทักกี้กับจินเริ่มหุผึ่งเมื่อใกล้จะรุ้ต้นเหตุที่มาที่ไปของนิสัยที่เปลี่ยนไปของคนรัก
“พีก็ช่วยถามให้คาเมะเค้าหน่อยสิ น่าสงสารจินกับทักกี้ออก” โทมะเป็นฝ่ายหันมาพุดกับคนรักบ้าง หลังจากได้ฟังวิธีการดัดหลังต่างๆตั้งแต่ต้นจนจบ โทมะสามารถสรุปได้เลยว่าถ้าเป็นโทมะเองคงจะอึดอัดจนแทบบ้าแล้ว
“สงสารเฮียหนะใช่ อันนั้นชั้นก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก มันเรื่องของซึบาสะคุงเค้า ส่วนจินหนะนะ ถึงชั้นจะแอบหายโกรธแล้วก็เหอะ แต่ก็ช่วยไม่ได้ชอบไปแกล้งซึบาสะคุงเค้าเอง ไม่รู้หรือไง ว่าซึบาสะหนะ จริงๆแล้วร้ายขนาดไหน” น้ำเสียงที่พุดสมจริงสมจัง และก็เต็มไปด้วยเหตุผลที่ทำให้โทมะพุดอะไรต่อไม่ออก
“ช่างเหอะ..สั่งอาหารดีว่า หิวแล้ว” กลายเป็นคาเมะเสียเองที่ต้องตัดบท มือเรียวคว้าเมนูอาหารที่พนักงานเอามาวางไว้เมื่ครู่ทันที ไม่นานนัก อาหารน่าตาน่ากินก็มาเสริฟ สามคนมัวแต่สนใจอาหารเป็นโอกาสอันดีให้คนที่ทำตัวเป็นนักสืบแอบฟังคนอื่นเค้าพูดกันหนีออกจากร้านไปได้
“นี่..เห็นรถคันที่เพิ่งขับออกไปเมื่อกี้รึเปล่า??”
“ทำไมเหรอคาเมะ” ยามะพีเงยหน้าจากอาหารตรงหน้าก่อนจะหันไปมองตามสายตาคาเมะ
“ไม่คิดเหรอว่ามันคุ้นๆหนะ” ยามะพีหันกลับไปมองอีกครั้งก่อนหันกลับมาส่ายหน้าน้อยๆประมาณว่าเห็นไม่ชัด
“เหมือน..เหมือนรถใครซักคน” คาเมะหันไปมองพลางพยายามนึกอีกครั้ง
“รถทักกี้!!” โทมะที่เงียบอยู่นานพูดออกมา ยามะพีแทบจะทำตะเกียบที่อยู่ในมือร่วง คาเมะหันมามองหน้ายามะพีทันที ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าทักกี้รู้เรื่องแล้ว..ซวยแล้วมั๊ยหละ ยามะพีหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจะโทรหาซึบาสะ ก่อนจะนึกออกว่าวันนี้ซึบาสะจงใจลืมโทรศัพท์มือถือเอาไว้กับตัวเค้าเองนี่หว่า......แย่แล้ว แย่แน่ๆๆๆ
***************
วันนี้เป็นหนึ่งในหลายวันที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในช่วงรอบสองอาทิตย์นี้ ซึบาสะตัดสินใจกลับมาบ้านแทนที่จะออกไปตะลอนๆเหมือนปกติ ในห้องกว้างของทักกี้เงียบกริบเหมือนไม่มีคนอยู่ ซึบาสะยิ้มเล็กๆ
...ยังไม่กลับบ้านสินะ...
เจ้าตัวเดินไปที่ตู้เย็นพลางหยิบบรรดาของหวานที่จงใจซื้อมาวางไว้อย่างมากกว่าปกติหลายเท่าตัว เค้กที่มีครีมหวานๆหลากหลายสีสันถูกนำมาวางเอาไว้บนจาน เจ้าตัวนั่งยิ้มพลางค่อยๆละเลียดของหวานที่ไม่ได้กินมานานทีละน้อยอย่างสุขใจ...ถ้ามีกาแฟหอมๆซักแก้วก็คงจะดีเน้อ
กริ๊ก...กริ๊ก...
เสียงเหมือนเครื่องแก้วกระทบกันดังเข้าสู่โสตประสาท กลิ่นหอมๆของกาแฟที่อยากกินลอยอวลไปทั่ว จากมุมที่ซึบาสะนั่งอยู่ก็พอจะมองเห็นได้ลางๆหละว่าเครื่องทำกาแฟถูกเปิดอยู่ มือเรียวสีน้ำผึ้งวางช้อนและจานเค้กลงบนโต๊ะเพื่อจะเดินไปดูว่าใครเป็นคนเปิด แต่ยังไม่ทันได้เดินไปไหน แก้วมัคที่ข้างในเต็มไปด้วยน้ำสีเข้มก็ถุกยื่นมาข้างหน้า คนตัวขาวที่ซึบาสะคิดว่ายังไม่กลับบ้านยืนอยู่ข้างหน้าพร้อมกับยื่นถ้วยกาแฟมาให้
“อยากกินไม่ใช่เหรอ” เจ้าชายรูปงามยิ้มให้นิดๆเหมือนปกติ..ปกติจริงๆ
“ขอบคุณนะทาคิซาว่า” ซึบาสะยิ้มให้น้อยๆพลางยื่นมือไปรับเอาถ้วยกาแฟใบใหญ่มา แค่นี้ก็พอจะรุ้แล้วว่าความคงแตก..ไม่สิเจ้าตัวคงรู้นานแล้วแหละ แต่ว่าอยากจะรู้จริงๆว่าจะทำยังไงต่อ
“ไม่เป็นไร” คนตัวขาวนั่งลงข้างๆก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าเอารีโมทมาเปิดทีวี คนตัวบางเหลือบมองนิดๆก่อนจะหันกลับไปสนใจกับเค้กแล้วก็กาแฟในมือต่อ
“กินด้วยกันมั๊ย ทาคิซาว่า” ชายหนุ่มละสายตาจากทีวีก่อนจะหันมามองเล็กน้อย ข้างหน้ามีเค้กสีเข้มถูกยื่นมาด้วยฝีมือของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ริมฝีปากสีแดงสดอ้าก่อนจะรับเอาของหวานเข้าปากไป ถึงจะเป็นเค้กกาแฟรสเข้มแต่ดูเหมือนว่าทักกี้เองก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก ซึบาสะยื่นกาแฟแก้วที่ทักกี้ชงมาให้อีกฝ่าย...คนที่ขี้แกล้งมักมีวิธีอ้อนไม่ให้โดนโกรธอยู่เสมอ
“หวานมากรึเปล่า” พอเห็นหน้าปุเลี่ยนๆของทักกี้แล้ว ซึบาสะก็อดจะถามไม่ได้ อุตส่าห์เลือกเค้กชิ้นที่หวานน้อยที่สุดให้แล้วนะ
“อือ” เจ้าตัวว่าพลางล้มตัวลงนอนหนุนตักซึบาสะ คิ้วเรียวยาวของคนที่ถูกนอนทับเลิกขึ้นน้อยๆ
“ไม่ได้โกรธใช่รึเปล่า” เริ่มแล้ว เอาหละสิ...นายจะมาไม้ไหนหละทักกี้
“ก็ไม่ได้โกรธหนิ ชั้นทำเหมือนโกรธตรงไหนเหรอ” ดวงตากลมโตของซึบาสะจ้องตอบอีกฝ่าย มือเรียวละจากจานขนมหวานมีลุบผมทักกี้น้อยๆอย่างเอาใจ
“ถ้าไม่โกรธก็อย่าแกล้งสิ...นะ” คนตัวขาวหันหน้ามาทางเค้าก่อนจะซุกๆลงไปกับตักน้อยๆ ตาสีน้ำตาลมองมาอย่างอ้อนๆเหมือนเด็กขอขนม
“....” ซึบาสะยิ้มนิดๆ ไม่ได้ตอบอะไรคนตัวขาวที่นอนยิ้มอยู่
“อย่างนี้ซึบาสะก็โกรธอยู่แน่ๆเลย” จีบปากจีบคอพุดต่อไปเรื่อย ถึงซึบาสะไม่ได้ตอบอะไร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าตัวจะไม่ใจอ่อนนี่หน่า
“รู้เหรอว่าชั้นโกรธเรื่องอะไร”
“..” คราวนี้เป็นตาคนตัวขาวเงียบบ้าง
“อ้าว...ถ้าไม่รู้แล้วบอกได้ยังไงหละว่าชั้นโกรธหนะ” ซึบาสะพูดยิ้มๆ คนตัวขาวขยับตัวน้อยๆเพื่อให้นอนสบายขึ้น
“ก็เรื่องที่ชั้นแกล้งจินใช่มั๊ยอ่ะ” สารภาพเสียงอ่อยเหมือนเด็กเวลาทำผิด
“รู้ด้วยเหรอ” เจ้าตัวพยักหน้าหงึกๆตอบกลับมา ซุกหน้าหนักเข้าไปอีกอย่างกับเด็กขาดความอบอุ่น
“หายโกรธยัง”
“ทำไมต้องหายด้วยหละ”
“ก็เหงา คิดถึงซึบาสะหนิ นายหายตัวไปตลอดเลยอ่ะ” เอาหน้าทั้งหน้าเกลือกไปมากับตักเขาพลางพุดเหมือนเป็นลุกหมาตัวเล็กๆ
“ไม่ไปหาจินหละ สนิทกันไม่ใช่เหรอ เห็นแกล้งกันไปแกล้งกันมา”
“ไม่ไปหรอก คิดถึงซึบาสะ ไม่ได้คิดถึงจิน” ออดอ้อนจนใจอ่อน..นี่แหละความสามารถของทาคิซาว่า
“อ้าว..ก็เห็นชอบแกล้งจินนี่หน่า”
“ชอบแกล้งจิน แต่รักซึบาสะมากกว่าหนิ” นอกจากออดอ้อนแล้ว คารมก็ยังเป็นหนึ่งไม่สองใครอีกต่างหาก
“ดีกันเหอะ..นะ” คนตัวขาวยื่นนิ้วก้อยมาให้เหมือนเด็ก พอเห็นเค้านิ่งก็คว้ามือเค้ามาเกี่ยวเองเลย ยิ้มหวานให้ก่อนจะเขยิบตัวขึ้นมาแตะริมฝีปากเบาๆ
“นะ” ถามสำทับอย่างน่ารัก แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ยอมปล่อยมือที่เกี่ยวกันเอาไว้
“อือ” สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะคืนดีด้วย ก็ถึงจะชอบแกล้วรุ่นน้องแค่ไหนเจ้าตัวเค้าก็ขี้อ้อนไม่แพ้ใครนี่หน่า
“ขอหลักฐานหน่อย” ยิ้มหวานให้จนตาปิด ซึบาสะก้มตัวลงมาแตะริมฝีปากกับคนข้างล่างเบาๆ
“พอใจยัง??” คนตัวขาวเลิกคิ้วน้อยๆก่อนจะคว้าคออีกฝ่ายลงมาประทับริมฝีปากลงไป รสของเค้กที่หวานจนเลี่ยนเมื่อครู่อร่อยกำลังดีจนอดคิดไม่ได้ว่าไอ้ของหวานที่เคยเกลียดนักหนานี่ก็อร่อยดีเหมือนกัน
***************
“กลับมาแล้วครับ” คาเมะกลับบ้านเร็วกว่าปกติเล็กน้อย อย่างน้อยก็ช่วงสองอาทิตย์นี้ เจ้าตัวเอาแต่เหม่อเพราะเป็นห่วงรุ่นพี่จนไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง
“หิวรึเปล่าคาซึยะ”
“กินมาแล้วหนะ” เจ้าตัวตอบผ่านๆ ไม่ได้สนใจจินที่ยืนอยู่เท่าไหร่ ไม่ใช่เพราะแกล้ง แต่เพราะเป็นห่วงจนไม่ทันได้ใส่ใจจริงๆ
“นี่” ชายหนุ่มตัวขาวคว้าข้อมือของอีกคนเอาไว้ คาเมะหันหน้ามาส่งสายตาเชิงมีคำถามว่าอะไร
“ทักกี้รุ้แล้วหละสิ”
“อือ” เจ้าตัวเล็กตอบ เกือบจะเล่าต่อไปแล้วเชียวถ้าไม่ติดว่าคำถามนึงผุดมาอย่างรวดเร็ว
แล้วจินรู้ได้ไง!!!
“ห้ามโกรธจินต่อแล้วนะ..นะครับ”
“ถ้าเงียบก็แปลว่าตกลงแล้วนะ เอ่อ...จินจะพยายามไม่แกล้งซึบาสะคุงเค้าอีกแล้วกันนะ” คาเมะมัวแต่อึ้งที่ไม่คิดว่าจินรู้แล้วก็เลยไม่ได้ตอบอะไรออกไป ยิ่งเห็นจินยิ้มกระเรี่ยกระราดก็เลยลืมไปหมดว่าต้องทำยังไง
“ไม่โกรธแล้วนะ” คนตัวขาวก้มลงมากดริมฝีปากหนึ่งทีก่อนจะเดินจูงมือพาอีกคนเข้าไปในห้องรับแขก อีกฝ่ายที่โดนมัดมือชกไปแล้วจะทำอะไรก็ไม่ได้ก็ได้แต่เลยตามเลยไป
***************
กลับมาปัจจุบันบ้าง ซึบาสะปิดทีวีก่อนจะไปเปิดประตุเมื่อได้ยินเสียงออด
“ลืมกุญแจเหรอ” คนตัวขาวเดินเข้าบ้านมา ในมือถือของพะรุงพะรัง ริมฝีปากสีแดงสดยิ้มนิดๆเป็นการบอกว่าใช่
“เหนื่อยรึเปล่า”ซึบาสะเดินเข้าไปเอาของออกจากมือทักกี้
“ไม่หรอก แต่ปีนี้ได้ของเยอะมากเลย” บรรดาของขวัญหลากหลายทั้งจากคนในค่าย สต๊าฟ และแฟนเพลงเต็มมือไปหมด
“กินกาแฟหน่อยมั๊ย” ถ้วยกาแฟถุกยื่นมาให้ตรงหน้าบวกกับกลิ่นหอมๆยากนักที่จะบอกคำปฏิเสธออกไป
“ขอบคุณนะ มาช่วยแกะของขวัญหน่อยสิ” คนตัวขาวรับแก้วกาแฟมาพลางฉุดมืออีกฝ่ายให้นั่งลงมาข้างๆ
ของขวัญหลากหลายชนิดหลายไอเดียถูกแกะออกทีละชิ้น การ์ดหลากหลายใบถูกอ่านเรียกรอยยิ้มจากผุ้รับได้เป็นอย่างดี ไม่นานนัก ของขวัญกองโตที่ได้รับมาก็ปรากฏต่อสายตาทั้งหมด จนถึงกล่องสุดท้ายที่ถูกทับด้วยถุงใบใหญ่อีกที มือเรียวคว้าหยิบมาแกะถุงออกก่อนจะประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นว่าหน้ากล่องนั้นมีสัญลักษณ์ที่เหมือนร้านค้า
“เค้กนี่หน่า” เค้กกาแฟรสเข้มท่าทางน่ากินปรากฏแก่สายตา ถึงจะแปลกใจแต่ก็อดจะสงสัยไม่ได้ว่าใครเป็นคนให้มา ใครๆก็รู้ว่าทักกี้ไม่ชอบของหวาน
“อือ..ผมซื้อมาเองแหละ” ไม่ต้องสงสัยนานคำตอบก็ลอยมาเข้าหู ซึบาสะประหลาดใจหนักเข้าไปอีก
“ก็อยากกินเค้กวันเกิดกับเค้าบ้างหนะ” เหมือนทักกี้จะอ่านในซึบาสะออก
“นายจะกินได้เหรอ” ซึบาสะหันมาถาม
“ได้สิ ชั้นเองก็เคยกินเค้กแล้วรู้สึกว่าอร่อยเหมือนกันนะ” เมื่อไหร่?? ซึบาสะถามตัวเองในใจทันที ก็เห็นทุกครั้งก็ทำท่าเลี่ยนๆนี่หน่า
“ซึบาสะหลับตาหน่อยสิ” เจ้าตัวหันมามองหน้าอีกฝ่าย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังหลับตาลงช้าๆ ไม่นานนักก็รู้สึกถึงสัมผัสเย็นๆที่ริมฝีปาก อะไรบางอย่างกำลังถุกดันเข้าปากเค้า ซักพักรสชาติเปรี้ยวอมหวานกระจายไปทั่วปาก รู้สึกเหมือนลิ้นโดนสัมผัสละมุนน้อยๆด้วย แค่นี้ซึบาสะก็เดาได้ไม่ยากเลยว่ามันคืออะไร ร่างบางลืมตาช้าๆเมื่อสตอเบอร์รี่ลุกโตคาอยู่บริเวณริมฝีปากครึ่งๆกลาง
“แค่นี้ก็อร่อยแล้ว” ยังไม่ทันที่สมองจะประมวลคำพุดที่ได้ยิน ริมฝีปากอิ่มของทักกี้ก็แตะโดนริมฝีปากอิ่มของเค้าก่อนที่ซึบาสะจะรู้สึกว่าสตอเบอร์รี่ที่ปากเมื่อครู่หายไปครึ่งนึง ขโมยตัวขาวเคี้ยวลูกที่ว่าช้าๆก่อนจะยิ้มน้อยๆเมื่อได้รสชาติที่ถุกใจ ปลายลิ้นถูกส่งออกมาเลียครีมหวานๆที่เปื้อนรอบริมฝีปาก พอเห็นว่าเค้ายังคงนิ่งก็ลามปามมาถึงปากเค้าด้วย
“อร่อย” สั้นๆง่ายๆ คนตัวขาวยิ้มให้น้อยๆทำเอาซึบาสะอดจะยิ้มตามไม่ได้
“แฮบปี้เบริธเดย์นะ ทาคิซาว่า” ซึบาสะพุดพลางยิ้ม ก่อนจะหันไปตัดเค้กแล้วยื่นให้อีกฝ่าย
“ขอบคุณนะ”
“อยากได้อะไรรึเปล่า” ทักกี้หลิ่วตากับคำถามนี้นิดๆ คนตัวบางถุกคว้ามากอดอย่างรวดเร็ว
“ซึบาสะ” สั้นๆง่ายๆได้ใจความ ซึบาสะยิ้มนิดๆก่อนจะตักเค้กป้อนคนที่ทำหน้าที่เป็นเก้าอี้ให้
“อยากได้ไปทำอะไร”
“เป็นคนรักของทาคิซาว่า ฮิเดอากิไง” เรื่องคารมนี่ไม่เป็นรองใครจริงๆ ซึบาสะอดจะยิ้มไม่ได้ เจ้าตัวกดจมูกลงกับแก้มของคนตัวขาวอย่างเอาอกเอาใจ ทักกี้เลยหอมคืนบ้าง เค้กก้อนไม่ใหญ่ไม่เล็กค่อยๆหมดลงช้าๆพร้อมกับเรื่องราวสนุกๆของคนตัวขาวที่ไปดุแลรุ่นน้องวันนี้
ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันทั้งวันด้วยหน้าที่การงาน
ถึงจะเป็นหนึ่งในวันสำคัญของชีวิตที่ไม่ได้โดดเด่นอะไร
ถึงเรื่องราวที่ได้ยินจะเป็นเรื่องของคนรอบกาย
แต่วันนี้ก็คงเป็นอีกหนึ่งวันที่จะกลายเป็นความทรงจำดีๆ...ไม่จำเป็นว่าจะต้องใช้เวลาและจำกัดเรื่องราวเอาไว้แค่สองคน เพราะว่าคำสั้นๆที่ทั้งสองคนได้รับจากกันและกันเสมอ.....รัก
.....
....
...
..
.
อยากรู้กันรึเปล่าเอ่ยว่า.....ใครถูกดัดหลังเป็นคนต่อไป??
“หา..ไปถ่ายละครเหรอครับ” เสียงตะโกนอย่างตกใจของคนรักเรียกสติของยามะพีที่กำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือได้เป็นอย่างดี
“ครับๆๆ แล้วจะบอกให้ครับ สวัสดีครับ”
“มีอะไรรึเปล่า โทมะ”
“เอ่อ คือวันหยุดอาทิตย์หน้า ผมมีงานด่วนเข้ามาหนะ”
“แต่ว่าพีก็มีนะ พีไปถ่ายโฆษณาหนะ เพราะงั้นก็คงไม่ได้ไปเที่ยวอ่ะ” ยามาชิตะ โทโมฮิสะช็อคค้างไปแล้ว วันหยุดที่มีน้อยจนแทบจะไม่เหลือการที่จะทำให้ว่างได้ตรงกันก็ยากยิ่งนัก ภาพที่พักสวยๆที่จะได้ไปเทียวกับโทมะหายวับไปกับตา.....ไม่จริ๊ง(เอคโค่)
***************
“ครับ ผมอยากให้โทโมฮิสะทำงานนี้หนะครับ ผมว่าเค้าเหมาะสมดี”
“แต่นั่นเป็นวันหยุดเค้าจะครับ เห็นบอกว่าจะไปเที่ยวกับโทมะคุงด้วย”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ มันเป็นงานเค้าเข้าใจอยู่แล้วหละ”
“ครับ แล้วผมจะจัดการให้นะครับ”
“ขอบคุณครับ”
“ไม่เป็นไรครับ ทาคิซาว่าคุง” ทักกี้ยิ้มนิดๆเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่คิดไว้ นายเอาเวลาที่ชั้นจะได้อยู่กับซึบาสะไป เพราะฉะนั้น นายก็ต้องเสียเวลาที่จะอยู่กับโทมะไปเหมือนกัน
รู้กันแล้วใช่มั๊ยเอ่ยว่าใครเป็นคนทำลายสวรรค์ของพีจัง...^_^
The end
コメント
コメントの投稿
トラックバック
この記事にトラックバックする(FC2ブログユーザー)